โครงการอบรมหลักสูตรการสืบสวนสอบสวนและการรับฟังพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ (TDE – Thammasat Digital Evidence) รุ่นที่ 3

ชื่อโครงการ

โครงการอบรมหลักสูตรการสืบสวนสอบสวนและการรับฟังพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ (TDE – Thammasat Digital Evidence) รุ่นที่ 3

หลักการและเหตุผล

ในปัจจุบันการทำธุรกรรม นิติกรรมสัญญา ได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ สื่อสังคมโซเชียลมีเดีย  เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook)  อินสตาแกรม (Instragram) เป็นต้น โดยการทำนิติกรรมสัญญาดังกล่าวจะใช้ระบบยืนยันตัวตนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการลงลายมือชื่อแบบดั้งเดิม โดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) รหัสผ่าน (Password) รหัสใบหน้า (Face Recognition) การชำระเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เช่น bitcoin  เป็นต้น

ในด้านการกระทำความผิดทางอาญาได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อกระทำความผิดและกระทำต่อข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เช่นการใช้ไลน์ (Line) การใช้โปรแกรมโจมตีเพื่อเจาะรหัสคอมพิวเตอร์ การปล่อยโปรแกรมไวรัสมัลแวร์ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ด้วยเหตุดังกล่าว เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นและจะต้องนำเสนอพยานหลักฐานทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา ล้วนต้องนำเสนอพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น ซึ่งแตกต่างจากพยานหลักฐานในยุคดั้งเดิมที่จัดทำหรือจัดเก็บในรูปแบบของกระดาษ

การดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ยืนยันตัวตนผู้กระทำความผิดหรือเพื่อยืนยันแหล่งที่อยู่ของผู้กระทำความผิด (Alibi)  อาทิเช่น การตรวจสอบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log File) การตรวจสอบเครือข่ายสัญญาณมือถือ (Cell site) การตรวจสอบหมายเลขประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในทางกฎหมายและการดำเนินคดีเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการรวบรวมพยานหลักฐานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปรากฏในรูปของข้อมูลเล็กทรอนิกส์จึงง่ายต่อการถูกแก้ไข ลบ หรือทำลายโดยบุคคลอื่น ดังนั้น ในการแสวงหาพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องจึงต้องใช้กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ (Computer Forensics) และหลักการ Chain of custody ในการตรวจสอบ หรือป้องกันการแก้ไข ลบ หรือทำลาย รวมถึงการกู้คืนพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์หากพยานหลักฐานดังกล่าวถูกแก้ไข ลบ หรือทำลายไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โครงการอบรมหลักสูตรการสืบสวนสอบสวนและการรับฟังพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นแนวทางเบื้องต้นในการฝึกอบรมนักกฎหมายให้สามารถเข้าใจเทคโนโลยีและปรับใช้เทคโนโลยีกับหลักกฎหมายพยานหลักฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานในทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการรับฟังพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้องแท้จริง

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมทราบหลักการและแนวทางการรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล
  2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถเตรียมการในการรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในคดีต่าง ๆ
    ที่เกี่ยวข้องได้
  3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมทราบหลักการและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับสื่ออิเล็กทรอนิกส์
  4. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมรับทราบหลักการรับฟังและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของศาลไทย
  5. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมทราบถึงวิธีการสืบค้นพยานหลักฐานและรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์
    ในระบบอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ (Social media)
  6. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมทราบถึงวิธีการดำเนินการทางนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ (computer Forensic) ในคดีหรือข้อพิพาททางกฎหมาย

กลุ่มผู้เข้าร่วมอบรม

พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ  ผู้พิพากษา ทนายความ นิติกร ที่สนใจและต้องการพัฒนาความรู้ในด้านสืบสวนสอบสวนและการพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์

ระยะเวลาอบรม

ระหว่างวันอังคารที่ 4 – วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม 2565

จำนวน 22 ชม. (ตั้งแต่เวลา 9.00-17.30 น.)

 

หลักสูตรการอบรม

รายละเอียดหัวข้อบรรยายในหลักสูตร :

  1. หลักกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน การรับฟัง การรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์
  2. ความรู้เบื้องต้นที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและการรวบรวมพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ในทางปฏิบัติ
  3. การแสวงหาพยานหลักฐานจากเงินสกุลดิจิตัล (Digital Coin) และระบบ NDID การยืนยันตัวตน
  4. วิธีการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในคดีต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต โดยใช้ Google Platform และ iTools (ศึกษาแบบ Case Study)
  5. (Live) การใช้โปรแกรมเจาะระบบคอมพิวเตอร์ หรือ Facebook เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์
  6. การใช้เทคโนโลยีและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล เพื่อรวบรวมพยานอิเล็กทรอนิกส์
    ในคดีแพ่งและคดีอาญา ผ่านทาง Mobile , Computer, Social Media, Cloud และ Bitcoin การรวบรวม
  7.  พยานหลักฐานการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับเงินสกุลดิจิตัล (Bitcoin, Ethereum)
  8. หลักการรับฟังและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของศาลไทย และหลัก Chain of custody
  9. การดำเนินการทางนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ (Computer forensics) โดยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กู้ข้อมูลจากมือถือเพื่อใช้ในคดีหรือข้อพิพาททางกฎหมาย
  10. Workshop (ปฏิบัติการจริง) เรื่องวิธีการรวบรวมสืบสวนสอบสวนและสืบค้นพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ในระบบอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ (Social media) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์โดยจำลองสถานการณ์จริง
  11. นำเสนอรายงาน วิเคราะห์ วิจารณ์ ผลงาน Workshop รวมทั้งประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์  ประกาศผลผู้ชนะการนำเสนอผลงานและมอบรางวัล และมอบประกาศนียบัตรให้ผู้ผ่านการอบรม

 

ตารางอบรม:

วิทยากร

1)  ศ. ณรงค์ ใจหาญ

อาจารย์ ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2)  อาจารย์ไพบูลย์  อมรภิญโญเกียรติ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

3)  อาจารย์ โดม  เจริญยศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินดิจิทัล

3)  อาจารย์ ดร. ธีร์รัฐ  บุนนาค

ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

5)  อาจารย์ณัฐพงษ์  ลิ้มแดงสกุล

ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ (Computer Forensic)

ค่าอบรม

ค่าสมัครลงทะเบียน :     คนละ 23,000 บาท

  1. สำหรับผู้สมัครและชำระเงินภายในวันที่ 15 กันยายน  2565 (30 คน x 20,700บาท)
  2. สำหรับผู้สมัครชำระเงินตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2565  เป็นต้นไป (20 คน x 23,000 บาท)
  3. หน่วยงานที่จัดส่งผู้เข้ารับการอบรมตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป จะได้รับส่วนลดค่าลงทะเบียนเป็นจำนวนเงินรวมร้อยละ 10การชำระเงิน 
    โอนเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงเทพ จำดัด ฯ สาขา มธ. ท่าพระจันทร์   
    ชื่อบัญชี คณะนิติศาสตร์ มธ. (ศูนย์จัดการศึกษาและฝึกอบรมด้านกฎหมาย)
    เลขที่บัญชี 905-002515-5

สถานที่อบรม

ณ โรงแรมเอเซีย ราชเทวี กรุงเทพฯ

วุฒิบัตร

ผู้ที่เข้าอบรมอย่างน้อย 80% จะได้รับประกาศนียบัตรจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อบรมระหว่างวันอังคารที่ 4 – วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม 2565

จำนวน 22 ชม.  เวลา 9.00 – 17.30 น.

ณ โรงแรมเอเซีย ราชเทวี กรุงเทพฯ